พระเจ้าทาลุน

พระเจ้าทาลุน หรือ พระเจ้าสิริสุธรรมราชามหาธิบดีตลุนมิน เป็นพระอนุชาของ พระเจ้าอโนเพตลุน และเป็นพระโอรสของ พระเจ้าสีหสุธรรมราชา หรือ เจ้านยองยาน พระโอรสของพระเจ้าบุเรงนอง กล่าวคือพระองค์เองและพระเชษฐาธิราชต่างก็เป็นพระราชนัดดาในพระเจ้าชนะสิบทิศบุเรงนอง   พระเจ้าสิริสุธรรมราชามหาธิบดี หรือ พระเจ้าทาลุน ในปี พ.ศ. 2172-2191 ทรงครองราชย์ต่อจาก พระเจ้ามินแยไดกปาผู้เป็นพระภาติยะของพระองค์ ทรงเป็นกษัตริย์ที่ได้รับการยกย่องมากองค์หนึ่งของพม่า โดยเฉพาะในด้านศาสนาและการปกครอง ทรงจัดสวัสดิการให้ประชาชน ปรับปรุงระเบียบการปกครอง ฟื้นฟูหลักพระธรรมศาสตร์ในสมัยพุกาม ทำนุบำรุงพุทธศาสนา ได้รับการยกย่องเป็นธรรมราชาด้านการทหาร ทรงสามารถเกณฑ์ไพร่พลเพิ่มจาก 20,000 เป็น 400,000 ได้ และต้านทานการรุกรานจากจีนได้ในปี พ.ศ. 2180 อาณาจักรของพระองค์ครอบคลุมพม่าในปัจจุบัน ยกเว้นยะไข่ และล้านนาทั้งหมด กล่าวกันว่ารวมถึงล้านช้างด้วยสมัยของพระเจ้าทาลุน สามารถรวมพม่าให้กลับมามั่นคงอีกครั้งทรงพยายามรวบรวมเมืองต่างๆ ให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อให้อาณาจักรมีความมั่นคง อาณาจักรเริ่มมีความสงบ แต่ผลจากการรบเป็นเวลานาน สูญเสียกำลังพลเป็นจำนวนมาก และการเกษตรทำได้อย่างจำกัดมีผลผลิตน้อย เป็นผลให้กองทัพขาดความเข้มแข็งทั้งจำนวนทหารและอาวุธแม้ว่าจะไม่ยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับยุครุ่งโรจน์ในสมัยพระเจ้าบุเรงนอง แต่อาณาจักรมีความมั่นคงเพียงห้วงสั้นๆ

อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าสนใจคือ ที่กล่าวกันว่าพระองค์บำรุงพระศาสนานั้น อันที่จริงก็มีความเกี่ยวพันกับการเกณฑ์ทหารและแรงงาน กล่าวคือ ปีคศ. 1636 พระองค์จัดสอบเพื่อวัดความรู้พระไตรปิฎกสำหรับพระและเณร ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ทั้งนี้พระองค์ต้องการคัดแยกคนที่มาบวชเป็นพระเพียงเพราะต้องการหนีการเกณฑ์ไพร่พลออกไปเสีย เพราะโดยทั่วไปพระสงฆ์จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องไปเป็นทหารในระบบ ผู้สืบราชบัลลังก์ต่อจากพระเจ้าทาลุนมิได้บังคับให้พระต้องสอบวัดความรู้ แต่ยังคงควบคุมกระบวนการเข้าระบบสงฆ์ พระองค์ทรงย้ายเมืองหลวงจากหงสาวดีกลับไปอังวะ ในปี พ.ศ. 2178 ซึ่งเป็นฐานอำนาจเดิมของพระบิดาและพระเชษฐาเนื่องจากหงสาวดีทรุดโทรมมาก จากผลของการศึกสมัยพระนเรศวร และถูกพวกยะไข่เผา และต้องการกลับไปยังอังวะซึ่งเป็นเมืองดั้งเดิมของชาวพม่า หงสาวดีเดิมเป็นเมืองของชาวมอญก่อนถูกพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ตีแตกและย้ายเมืองหลวงมา รัชสมัยของพระองค์เน้นการศาสนามาก จนละเลยหัวเมืองมอญ อันส่งผลให้หัวเมืองมอญกบฏในเวลาต่อมา และเมื่อปี พ.ศ. 2191 พระเจ้าทาลุนสิ้นพระชนม์ เหล่าขุนนางเลยอัญเชิญพระเจ้าพินดาเลพระราชโอรสของพระองค์ครองราชย์ต่อไป

พระเจ้าอโนเพตลุน

วันนี้เรายังคงนำเสนอเรื่องราวของกษัตริย์พม่าอีกเช่นเคย เป็นเรื่องราวที่ทำให้ทุกคนได้รับความรู้อย่างแน่นอน เป็นเรื่องราวที่ทำให้ทุกคนรู้จักกับประวัติศาสตร์พม่าเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องราว กษัตริย์ของพม่าอีกพระองค์ ในราชวงค์ตองอู กับ พระเจ้าอโนเพตลุน เป็นพระโอรสองค์ใหญ่ของพระเจ้านยองยาน เมื่อพระบิดาประชวรและสิ้นพระชนม์ระหว่างเดินทางกลับจากเมืองแสนหวีที่ไปยึดคืนมาได้มาจากอยุธยาได้ใน ปี พศ.2148 พระองค์จึงเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์เมืองอังวะต่อจากพระบิดา  ก็ได้แบ่งออกเป็น 3ส่วน โดยแบ่งเป็นเมืองอังวะ ที่ปกครองโดยพระองค์ เมืองแปร ปกครองโดยสะโตธรรมราชา ราชบุตรของพระเจ้านันทบุเรง และ เมืองตองอู ปกครองโดยพระเจ้าตองอู พระเจ้าอโนเพตลุน เมื่อรวบรวมไทใหญ่ได้แล้ว กีเมืองแปรได้ในปี 2153 แล้วให้พระเจ้าทาลุน พระอนุชาปกครองเมืองแปรแทน พระเจ้าอโนเพตลุน มีพระอนุชา 2 พระองค์คือ พระเจ้าทาลุน หรือ พระเจ้าสุทโธธรรมราชา ครองเมืองแปร และมังรากพยอชวา ก็ครองเมืองอังวะ พระเจ้าอโนเพตลุนทรงประทับอยู่ที่หงสาวดีจนถึง พ.ศ. 2169 โหรทูลว่าพระเคราะห์ร้าย ขอให้แปรพระราชฐานไปอยู่ที่อื่น พระองค์จึงข้ามแม่น้ำไปตั้งพลับพลาอยู่นอกเมืองหงสาวดีแล้วทรงประทับอยู่ป็นเวลา 2 ปี ใน พ.ศ. 2171 พระเจ้าอโนเพตลุนทรงทราบว่ามังเรทิป พระโอรสลักลอบเป็นชู้กับนางสนม พระองค์ถูกมังเรทิปลอบปลงพระชนม์ ทรงอยู่ในราชสมบัติได้ 23 ปี มังเรทิปเองก็ถูกประหารโดยพระอนุชาของพระเจ้าอโนเพตลุนเอง ซึ่งขึ้นครองราชย์ต่อ คือ พระเจ้าทาลุน ในยุคที่สิ้นพระเจ้าบุเรงนองและพระเจ้านันทบุเรงแล้ว ฐานอำนาจของตองอูก็สั่นคลอนเนืองจากเกิดกบฎต่างภายในพม่าด้วยกันเองทั้งหมดทั้งสิ้นทั้งปวง อีกทั้งยังมีเรื่องของการรุกรานจากต่างชาติ อย่าง มอญและโปรตุเกส พระองค์เป็นผู้ที่รวบรวมอาณาจักรพม่าให้กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง แม้อาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่าสมัยของพระอัยกาก็ตาม

พระเจ้านยองยาน

พระเจ้านยองยาน ทรงเป็นกษัตริย์ลำดับที่ 5 แห่งราชวงศ์ตองอู ครองสิริราชสมบัติต่อจากพระเจ้านันทบุเรง ประสูติเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1555 เป็นพระราชโอรสพระองค์เล็กใน พระเจ้าบุเรงนอง ที่ประสูติแต่ พระสนมและเป็นพระราชอนุชาต่างพระราชมารดา ของ พระเจ้านันทบุเรง หลังจากพระเจ้านันทบุเรง ถูกปลงพระชนม์ที่ ตองอู เจ้านยองยานซึ่งประทับ อยู่ที่ อังวะ จึงทรงสถาปนาพระองค์ขึ้นเป็นกษัตริย์ องค์ใหม่ทรงพระนามว่า พระเจ้าสีหสุธรรมราชา พร้อมกับย้ายเมืองหลวงจากตองอูมาที่อังวะและประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1600สวรรคตเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ค.ศ. 1605 ที่ รัฐฉาน ระหว่างทรงทำสงครามกับหัวเมืองไทใหญ่ เนื่องด้วยสมัยนั้นราชวงศ์ตองอูตกต่ำถึงขีดสุดประกอบกับกรุงศรีอยุธยากำลังมีอำนาจหัวเมืองใหญ่น้อยต่างหันไปเข้ากับกรุงศรีอยุธยาทำให้พระเจ้านยองยานต้องยกทัพไปตีหัวเมืองรอบข้างที่เอาใจออกห่างและต้องคอยระวังทางกรุงศรีอยุธยาว่าจะยกทัพมาเพื่อแก้แค้นหรอป่าวเพราะในสมัยสมเด็จพระนเรศวรพระองค์ได้ยกทัพไปพม่าตั้งหลายครั้งจะเห็นได้ว่าในรัชสมัยของพระองค์และพระราชโอรสที่สืบราชสมบัติต่อ คือ พระเจ้าอโนเพตลุน ทางประวัติศาสตร์ได้เรียกว่าเป็น ยุคนยองยานหรือ ราชวงศ์ตองอูยุคหลัง เพราะเป็นยุคสมัยที่ราชวงศ์ตองอูได้รื้อฟื้นและสถาปนาความเป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองในแว่นแคว้นแถบนี้ขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะเป็นช่วงสั้น ๆ หลังจากล่มสลายไปหลังการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าบุเรงนองและพระเจ้านันทบุเรงก่อนหน้านั้น