พระเจ้าอลองพญา

พระเจ้าอลองพญา เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์คองบองหรือราชวงค์อลองพญา ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายของพม่า พระองค์เป็นสามัญชนทั่วไป โดยเป็นผู้นำหมู่บ้านแถบพม่าตอนบน พระเจ้าอลองพญาทรงครองราชย์อยู่ในปี ค.ศ.1752 ถึง ค.ศ 1760 สามารถทำการรวบรวมบ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่นเดียวกัน  คือ การปราบปรามมอญที่มีอิทธิพลและมีอำนาจขึ้นมาหลังการล่มสลายของราชวงศ์ตองอู จนได้รับชัยชนะ และยังได้สถาปนาศูนย์กลางของอาณาจักรพม่าขึ้นใหม่ ที่เมืองชเวโบ ก่อนที่จะย้ายมาที่อังวะในยุคหลัง โดยมีเมืองอื่น ๆ รายล้อม พระองค์ยังเป็นผู้พัฒนาเมืองย่างกุ้งและพระราชทานชื่อเมืองนี้ ซึ่งเป็นอดีตเมืองหลวงของพม่าให้มีพัฒนาการขึ้นมาด้วย จากเดิมที่เป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็ก และ ขับไล่ชาวอังกฤษและฝรั่งเศสซึ่งให้การสนับสนุนราชอาณาจักรหงสาวดีฟื้นฟูของชาวมอญ  พระองค์ทำการกอบกู้ล้านนาคืนจากอยุธยาได้สำเร็จ  พระองค์ยังทรงให้การสนับสนุนในเรื่องของพระพุทธศาสนา มีพระจริยวัตรที่ธรรมะ ธัมโม และทรงสนับสนุนให้ราษฎรของพระองค์นั้นไม่ให้ทำผิดศีล เป็นต้น พระเจ้าอลองพญา เสด็จสวรรคตระหว่างทางกลับจากการทำศึกสงครามกับอยุธยา ในรัชสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ ตามพงศาวดารของไทยก็ได้ระบุว่าสวรรคตเพราะปืนใหญ่แตกที่วัดหน้าพระเมรุ และพงศาวดารของพม่าก็ก็ได้ระบุว่าพระองค์เสด็จสวรรคตเพราะอาการประชวร ทางพม่าถือว่า ทรงเป็นกษัตริย์พม่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 1 ใน 3 พระองค์ (ประกอบด้วย 1. พระเจ้าอโนรธามังช่อ ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์พุกาม 2. พระเจ้าบุเรงนอง ฉายา “พระเจ้าชนะสิบทิศ” ราชวงศ์ตองอู 3. พระเจ้าอลองพญา ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์อลองพญา

 

 

พระเจ้ามังระ

วันนี้เราได้นำเรื่องราวและความรู้มาฝากทุกท่านที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์กันนะครับ เป็นเรื่องราวประวัติของพระมหากษัตริย์ของประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง ประเทศพม่า ที่น่าสนใจนำมาฝากกัน พระราชประวัติของพระเจ้ามังระ เป็นพระโอรสองค์ที่ 2 ในจำนวน 6 พระองค์ของพระเจ้าอลองพญา ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์อลองพญาหรือราชวงศ์คองบอง ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์พระองค์ที่ 3 ของราชวงศ์อลองพญา ในปี พ.ศ. 2306 หลังจากขึ้นครองราชย์ พระองค์ปรารภในที่ประชุมขุนนางว่า “อยุธยาไม่เคยแพ้อย่างราบคาบมาก่อน” พระองค์ได้สืบทอดเจตนารมณ์ของพระราชบิดา ได้ประกาศทำสงครามกับอยุธยา โดยทำการส่งเนเมียวสีหบดี เป็นแม่ทัพเข้าจัดการเข้ามากวาดต้อนผู้คนและกำลังพลจากหัวเมืองเหนือก่อน และ ในปี พ.ศ. 2307 และได้ส่งทัพจากทางใต้คือ มังมหานรธา เป็นแม่ทัพเดินทางเข้ามาเสริมช่วยอีกทัพหนึ่ง ทัพทั้งสองของพม่าก็ทำการล้อมกรุงศรีอยุธยาได้นานถึง 1 ปีกับสองเดือน เข้าสู่ช่วงฤดูน้ำหลากก็ยังไม่หนีไปไหนและทำการเข้าตีพระนครได้ เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2310 ตรง กับวันอังคาร ขึ้นเก้าค่ำ เดือนห้า ปีกุน พระเจ้ามังระ มีพระนามที่ปรากฏในพงศาวดารพม่าว่า “เซงพะยูเชง” โดยเป็นพระนามที่พระองค์ตั้งเอง อันเป็นพระนามเดียวกับ พระเจ้าบุเรงนอง ซึ่งแปลว่า “พระเจ้าช้างเผือก” ก่อนที่จะยกทัพตีอยุธยา พระเจ้ามังระได้ยกความชอบธรรมเหนือดินแดนอยุธยามาแต่ครั้งพระเจ้าบุเรงนอง พระเจ้ามังระสวรรคตอย่างกะทันหันในปี พ.ศ. 2319 หลังจากอะแซหวุ่นกี้ แม่ทัพพม่าได้ตีพิษณุโลกแตกแล้วเตรียมจะกรีฑาทัพสู่กรุงธนบุรี เป็นผลให้อะแซหวุ่นกี้ต้องยกทัพกลับทันที

 

พระเจ้าปดุง

พระเจ้าปดุง ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 5 แห่งราชวงค์อลองพญาถ้านับรวมกับพระเจ้าหม่องหม่องด้วย เป็นพระองค์ที่ 6 ราชวงค์สุดท้ายของพม่า เป็นพระโอรสลำดับที่5 ใน 6พระองค์ของพระเจ้าอลองพญา โดยขึ้นครองราชย์โดยการปราบดาภิเษก ในปีพศ. 2325 ปีเดียวกับการสถาปนากรุงรัตนรัตนโกสินทร์  พระเจ้าปดุง เมื่อทรงครองราชย์มีพระนามว่า ปโดงเมง  แต่มีพระนามที่เรียกขานในพม่าว่า โบดอพญา เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ ได้ทำการสงครามเหนือชัย ยะไข่ เป็นดินแดนที่พม่าไม่เคยเอาชนะมาก่อนเลย หลังสงครามครั้งนี้ ได้อัญเชิญพระมหามัยมุนี เป็นพระพุทธรูปประจำประเทศพม่า จากเมืองยะไข่มาประทับที่มัณฑะเลย์  พระเจ้าปดุงได้สั่งเหล่าทหารเพื่อมาเกณฑ์ทัพกว่า 1 แสน 4หมื่นคน แยกเป็น 5 เส้นทาง รวมเป็น 9 ทัพ มากที่สุดเท่าที่มีมาในประวัติศาสตร์ หรือที่เรียกว่า สงครามเก้าทัพ มาตีกรุงรัตนโกสินทร์  โดยพระองค์ทรงยกมาเป็นทัพหลวง โดยตั้งทัพและตั้งฐานบัญชาการที่เมาะตะมะ พระองค์เสด็จจากเมืองอังวะ สู่ราชธานีเมาะตะมะ แต่ทางเมาะตะมะเตรียมเสบียงอาหารไม่เพียงพอ ทำให้กองทัพจำนวนมากของพระเจ้าปดุงไม่พร้อมที่สู้รบ และเป็นสาเหตุที่สำคัญหนึ่งที่ทำการเอาชัยไม่ได้ สงครามครั้งนี้ พระเจ้าปดุงก็ต้องการทำสงครามเพื่อรวบรวมเมืองน้อยเมืองเล็กถึงเมืองประเทศราชให้เป็นปึกแผ่นเดียวกัน จึงใช้กองกำลังที่มีมหาศาล พระเจ้าปดุง กษัตริย์พม่าลำดับที่ 5 ในราชวงค์อลองพญา เสด็จสู่สวรรคต ในปีพุทธศักราข 2362 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 รวมระยะเวลาในการครองราชย์นานถึง 37 ปี

กษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่า

นำเรื่องราวดีๆเรื่องราวที่เป็นความรู้นำมาฝากกันในวันนี้ กับเรื่องราวของราชวงค์ตองอูและยังรวมไปถึงเรื่องราวของกษัตริย์พม่าที่ต้องบอกเลยว่าน่าจะเป็นประโยชน์ให้กับทุกคนทุกท่านที่อยากจะศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์กันนะครับ อ่านได้ทุกๆคน คนที่สนใจเรื่องราวประวัติศาสตร์  วันนี้ไดนำเรื่องราวของกษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่า นั้นคือพระเจ้าธีบอ หรือพระเจ้าสีป่อ เป็นกษัตริย์ในราชวงค์อลองพญา เป็นพระโอรสของพระเจ้ามินดงและเจ้าหญิงจากเมืองสีป่อ ในดินแดนไทยใหญ่ มีพระนามเดิมว่า เจ้าชายหม่องปู เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 มกราคม พศ.2402 เมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งตอนนั้นเมืองนี้เป็นเมืองหลวงในเวลานั้น  เมื่อเจริญพระชันษาแล้ว เมื่อทรงลาผนวชเป็นพระภิกษุสงฆ์เพื่อศึกษาเล่าเรียน และทรงลาผนวช พระราชบิดาทรงแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองสีป่อ เป็นที่มาของพระนามเมื่อเสวยราชสมบัติ  พระองค์ได้ชึ้นครองราชสมบัติเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2421 ด้วยความช่วยเหลือจากพระนางอเลนันดอ พระมเหสีองค์หนึ่งของพระเจ้ามินดงผู้เป็นพระราชบิดา พระองค์ได้ทรงเสกสมรสกับพระนางศุภยาสัต เป็นพระขนิษฐาร่วมพระราชบิดาเดียวกัน พระนางศุภยาลัตเป็นผู้ทรงอิทธิพลต่อการตัดสินพระหัยในเหตุสำคัญต่างๆของพระเจ้าสีป่อ เหตุการณ์ที่สำคัญ ในรัชกาลของพระองค์นั้นได้ส่งคณะทูตไปยังฝรั่งเศสและได้มีเรื่องราวเจรจาทางการค้าการทำสัญญาการค้ายินยอมให้ฝรั่งเศสเข้ามาทำสัมปทานป่าไม้ได้สร้างความหวาดระแวงให้อังกฤษ อังกฤษได้ยื่นคำขาดต่อพม่าให้ลดค่าปรับเพื่อให้ทำการค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น อังกฤษจะต้องทำการค้ากับจีนและให้อังกฤษควบคุมนโยบายต่างประเทศของพม่า พม่าได้ตอบปฎิเสธ กองทัพอังกฤษเคลื่อนพลออกจากย่างกุ้งไปยังพม่าเหนือและยึดเมืองหลวงอย่าง มัณฑะเลย์ ได้ พระเจ้าธีบอและพระนางศุภยาลัต ก็ยอมแพ้ ทั้งสองพระองค์ก็ถูกเนรเทศไปอินเดีย